


"เมืองซาปา" เป็นเมืองเล็กๆ กลางหุบเขาในจังหวัด "ลาวกาย" ประเทศเวียดนาม เหตุที่บ้านเมืองมีสไตล์ฝรั่งเศสก็เนื่องจากเคยตกอยู่ในการยึดครองของประเทศฝรั่งเศส และในอดีตก็เป็นเมืองตากอากาศยอดนิยมของชาวยุโรป

ทำให้บ้านเมือง ตึกต่างๆ มีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบฝรั่งเศส ตลอดจนรูปแบบการวางผังเมืองต่างๆ ก็เป็นแบบฝรั่งเศสที่เมืองถูกรายล้อยด้วยภูเขาน้อยใหญ่

ตรงนี้จะเป็นจตุรัส กลางเมือง มีโรงแรมสไตล์ฝรั่งเศส และห้ามสรรพสินค้า สวยหรู

"โบสถ์หิน (The Ancient Stone Church)" เป็นโบสถ์ฝรั่งเศสที่สร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1895 มีความโดดเด่นสวยงาม ด้วยวัสดุอิฐสีน้ำตาลแดง แต่ผ่านกาลเวลาสีก็จางลง

รถบริการนักท่องเที่ยว เพื่อเที่ยวชมเมืองซาปา คนละ 10,000 ดอง ก็ประมาณ 15 บาท ตลอดสาย ไม่ว่าจะขึ้นตรงไหน ไปลงตรงไหนในเมืองก็ราคาเดียวค่ะ รถน่ารักดีเนอะ

เก็บภาพมาเต็มๆ อีกครั้งกับตึก ที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมของฝรั่งเศส

ชาวบ้าน ชาวม้ง นำสินค้าพื้นเมืองมาวางขาย เด็กตัวน้อยๆ วิ่งเกาะขายของฝาก ของที่ระลึกหลากหลาย


เราเดินออกจากจตุรัสกลางเมือง เพื่อไปทานมื้อเย็นกัน

โซนนี้จะเป็นโซนร้านอาหาร เรียกว่า แยกซอยกัน โซนขายของ กับโซนร้านอาหารค่ะ


ร้านนี้ ขายอะไรหนอ ใช้ google lens แปล ได้ความว่า มีปลาแซลมอน ปลาสเตอร์เจียน หมู ไก่บ้าน - 555 ไม่ต้องพูดเป็นละ มีตัวช่วยในการแปล .. จะอยู่ทันถึงยุคที่โหลดเข้าสมองเลยได้หรือเปล่า กิกิ ดูหนังมากไปนะคะ

มื้อนี้ เราได้ทานอาหารแบบ "สุกี้" หรือ "ชาบู" ค่ะ ทางนี้ เรียกอาหารแบบนี้ว่า "เหล่า" ส่วนคำว่า "อร่อยมาก" คือ "งอนล้ำ"

อาศัยความไว เลยเทรวมกันหมด แล้วตักแจกกันทาน สะดวกดี นับว่าโชคดี ที่ได้กลุ่มร่วมทัวร์น่ารักค่ะ

มาแล้ว "น้ำจิ้ม" ของที่นี่ แม๊กกี้ กระเทียม พริก และ จานประจำทีต้องมีคือ "พริก-เกลือ-มะนาว" วันนี้ เราก็ต้องลองละค่ะ บีบมะนาว แล้วจิ้มเครื่องสุกี้แทนน้ำจิ้มสุกี้ที่ไกด์เตรียมไปให้ อร่อยดีนะ

มุมนี้ ชิลดีนะ นั่งทานไป ชมคนเดินทัวร์ข้างนอก เพลินดี

ทานมื้อเย็นกันเสร็จแล้ว ก็เข้าที่พัก ก่อนที่จะออกไปเดินชมเมืองกันต่อได้

คืนนี้ เราพักที่โรงแรม "Sapa Highland Resort" โรงแรม ระดับ 4 ดาวค่ะ

สำรวจห้องพักกันก่อนนะคะ สะอาด เรียบร้อย สวยงาม

เฟอร์นิเจอร์พื้นฐานมีครบทุกอย่าง

ห้องนอน ในส่วนที่เชื่อมกับห้องน้ำ มีกระจก และม่านกั้น

ห้องน้ำน่ารักดี

ส่วนของกาแฟ ตู้เสื้อผ้า

กาแฟ "จี 7 (G7)" เป็นกาแฟสุดยอดของเวียดนาม และก็มีให้ในโรงแรมที่เราพักทุกที่ แต่ไม่มีโอกาสได้ดื่มเลย

มีประตูออกระเบียงด้วย

วิวสวยซะด้วย

วิวกลางคืน ก็แสงสีสวยงาม

เมื่อเก็บของเข้าที่พักเรียบร้อย เราก็จะออกไปเดินชมเมืองกันค่ะ

"ตลาดไนต์" เป็นตลาดพื้นเมืองซาปา เดินชมเมืองตามถนนคนเดินต่างๆ รวมไปถึงช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนม ที่เป็นแหล่งผลิตด้วย

ที่พักของเรา หลบเข้าซอยขึ้นเขาไปเล็กน้อย แต่ก็ไม่เงียบเหงา เพราะมีร้านค้า ร้านอาหารตลอดทาง

แล้วเราก็มาถึงจตุรัสกลางเมืองอีก อยู่ใกล้มาก สะดวกมากๆ

เหมือนขนม "ซาลาเปาทอด" บ้านเรา

ปิ้งย่างหมาล่า อยากกินจัง แต่อิ่มจากมื้อเย็นมาหยกๆ

มีหลายร้านมากๆ ถ้ามาเองคงได้ฝากท้องกับร้านแบบนี้

นี่ค่ะ "พริก-เกลือ-มะนาว" ในเวอร์ชั่นของฝาก ที่ต้องกลับไปบีบมะนาวใส่เอง และผลจากการทดลองทานที่ร้านสุกี้ เราก็หอบกลับบ้านด้วย ฟังดูก็ขำดี หอบ "พริก-เกลือ" ข้ามฟ้ามา ก็มันมีกลิ่นบางอย่างที่ไม่ใช่พริกเกลือธรรมดา ยังนึกไม่ออกว่าคืออะไร

เนี่ย "สตรีทฟู๊ด (Street Food)" ที่อยากทาน...

ปิ้งย่างน่ากิน

แล้วก็อดไม่ได้ ขอลองนี่ละกัน "พิซซ่าเวียดนาม" จัดมาสิคะ ท้องแตกก็อีกเรื่อง แหะ แหะ

ทานแล้ว อร่อยค่ะ .. แล้วก็เดินเล่น ชมเมืองต่อ

สินค้าคล้ายๆ กัน หลายร้าน

วนกลับมาโฉบจตุรัสอีกครั้ง ก่อนที่จะแยกถนนอีกสาย

แวะเข้าชมในห้างสักหน่อย

แล้วก็เดินต่อค่ะ

สีสัน เพลิดเพลินดีนะคะ

ถนนเส้นนี้ น่าจะใหญ่สุด อยู่ระหว่าง Sun Plaza กับโรงแรม BB Hotel Sapa เหมือนถนนคนเดินตามเมืองท่องเที่ยว

ร้านค้าเยอะ สว่างไสว

ถ้าตามแผนเดิม เรามาเดือนธันวา อากาศจะหนาว เสื้อผ้าแบบนี้ คงฟิน แต่เพราะโควิด เลยเลื่อนจนมาตกที่เดือนมิถุนายน ไม่เย็นเลยค่ะ

ชมเมืองกันต่อ

ถนนสายสวยๆ

ผ้าพันคอ หมวกกันหนาว เสื้อกันหนาว หลากสี หลากดีไซน์

เดินต่อไปอีก ไกด์บอกว่า จะมีร้านนึง สำหรับคนไทยโดยเฉพาะ อยากรู้ต้องเดินต่อค่ะ

"ร้านหญิงลี" โอ้... สำหรับคนไทยจริง เป็นร้านที่ขายสินค้าแบรนด์เนมทั้งนั้นเลยค่ะ

แล้วก็หมดแรงแระ ดึกมากแล้วด้วย เราเรียกรถกลับโรงแรม พักผ่อนฝันดีค่ะ พรุ่งนี้จะไปนั่งกระเช้าขึ้นเขา "ฟานซิปัน" กัน

เรื่องและภาพโดย goodysite
www.goodysite.com
เรื่องราวในทริป "เวียดนามอีกครั้ง"
เวียดนามอีกครั้ง 1 ออกเดินทางสู่เมืองฮานอย
เวียดนามอีกครั้ง 2 ไปหมู่บ้านกั๊ตกั๊ต
เวียดนามอีกครั้ง 3 เมืองซาปา
เวียดนามอีกครั้ง 4 ยอดเขา ฟานซิปัน
เวียดนามอีกครั้ง 5 ฮาลองเบย์
เวียดนามอีกครั้ง 6 สุสานลุงโฮ และถนน 36 สาย
