


มีธุระงานขาว-ดำ ต้องร่วมที่วัดสระเกศ หรือวัดภูเขาทองที่รู้จักกัน ก็ตัดสินใจไปเร็วกว่างานเยอะหน่อย เพราะห่วงเรื่องที่จอดรถ และก็ได้ที่ลานกำลังว่างอย่างดี เรียกว่าโชคดีจร้าาาา กิกิ คน กทม ห่วงเรื่องที่จอดรถมากสุดๆ ค่ะ ที่ลานจอดรถก็อยู่หน้า พระวิหารฯ เลย

และเมื่อจอดรถได้ และมีเวลาเหลือ ก็มีโอกาสได้เดินชมวัด และสักการะ พระพุทธรูปตามจุดต่างๆ

เมื่อเดินชมศาลา ฝั่งที่ลานจอดรถแล้ว ก็เดินไปทางวัดสระเกศฯ ดีกว่า จะได้มีเวลาขึ้นไปบนภูเขาทอง
หันไปมอง ก็เห็นมุมนี้ สวยดี

เดินเข้าไปใกล้อีกภูเขาทองอีก อ้อมไปอีกทางก็ได้บรรยากาศอีกแบบ

ทางขึ้นภูเขาทอง มีที่นั่งพักรอ

เริ่มขึ้นดีกว่า เวลาก็เริ่มจะเย็นแล้ว เผื่อจะได้เห็นแสงสีสวยๆ ดวงอาทิตย์ บนภูเขาทอง


ทางขึ้น สวย ร่มรื่น


ระฆังราย ระหว่างทางขึ้นไปบนยอดภูเขาทอง










"วัดสระเกศ" หรือ "วัดภูเขาทอง" (Temple of the Golden Mount Bangkok) เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดราชวรมหาวิหาร มีจุดเด่นคือ "พระบรมบรรพต" หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ภูเขาทอง" เป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยา เดิมชื่อ วัดสะแก เปลี่ยนเป็นชื่อวัดสระเกศในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโล ส่วนเจดีย์ภูเขาทอง เริ่มสร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 เสร็จในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

"เจดีย์ภูเขาทอง" มีความสูง 77 เมตร บนยอดบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่ขุดพบที่เมืองกบิลพัสดุ์ ซึ่งเป็นส่วนแบ่งของพระราชวงศ์ศากยราช โดยพระองค์เจ้าปฤษฎางค์ขณะนั้นกำลังทรงผนวชอยู่ที่ประเทศอินเดีย ได้ส่งพระบรมสารีริกธาตุเข้ามาถวายในฐานะที่พระมหากษัตริย์ไทยทรงเป็นกษัตริย์เพียงพระองค์เดียว ที่เป็นพุทธมามกะอยู่ในขณะนั้น





เมื่อลงจากเจดีย์ภูเขาทอง จะเป็นทางลงอีกด้าน แม้จะเป็นกลางกรุงเทพฯ แต่ต้นไม้ก็ทำให้ดูร่มรื่นได้

วัดสระเกศ จะมีจุดสำคัญต่างๆ ของพระพุทธรูปให้สักการะ หลายจุด และจุดนี้ก็เป็นอีกจุดที่อยู่ทางลงด้านหลัง

สวยดี เขียนคำอธิษฐานบนใบโพธิ์เงิน โพธิ์ทอง แล้วนำไปแขวน



เมื่อลงไปอีกระดับ จะเป็นจุดที่มีงานปูนปั้น รู้จักในชื่อ "แร้ง วัดสระเกศ"
"แร้ง วัดสระเกศ" เกิดขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พ.ศ. 2363 มีการเกิดโรคห่าระบาดอย่างหนักในกรุงเทพฯ ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีวิธีรักษา ไม่รู้จักการป้องกัน พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จึงทรงใช้วิธีพระราชทานกำลังพระราชหฤทัย โปรดฯ ให้ตั้งพิธีขับไล่โรคนี้ขึ้น เรียกว่า "พิธีอาพาธพินาศ" แต่กระนั้นก็ยังมีคนตายเพราะอหิวาตกโรคประมาณ 3 หมื่นคน ศพกองอยู่ตามวัดเป็นภูเขา เพราะฝังและเผาไม่ทัน บ้างแอบทิ้งลงแม่น้ำ ศพลอย ผู้คนมีความหวาดกลัว

ในขณะนั้น วัดสระเกศ เป็นศูนย์รวมของแร้งจำนวนนับพัน เพราะอหิวาตกโรคเวียนมาทุกฤดูแล้งและหายไปในฤดูฝนทุกปี และยิ่งมีอหิวาตกโรคระบาดหนัก จึงทำให้มีแร้งเยอะมาก

นอกจากจะมีรูปปั้น แสดงเรื่องราว ยังมีแผ่นจารึกเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสมัยนั้นด้วย


เมื่อลงมาถึงด้านล่าง ที่มีการสร้างปูนเป็นฐานรอบเจดีย์ภูเขาทอง จะมีห้องพระอีก


เมื่อออกจากห้องพัก ใกล้ที่นั่งพักทางขึ้น ก็มีร้านกาแฟบริการด้วย

"วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร วัดภูเขาทอง"
ตั้งอยู่ที่ 344 ถนนจักรพรรดิพงษ์ แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร 10110
โทรศัพท์ 065 010 3131
เฟสบุ๊ค "คลิก"
เว็บไซด์ "คลิก"

เรื่องและภาพโดย goodysite
www.goodysite.com
