


จากที่พักไปฮาลองเบย์ ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง ทางทัวร์จัดให้ทานอาหารกลางวันบนเรือ ล่องอ่าวฮาลอง ดังนั้น ทางทัวร์จึงจัดให้แวะที่จุดขายสินค้าพื้นเมืองก่อน

ห้องสาธิตสินค้าต่างๆ ของศูนย์สินค้า

แหล่งผลิตภัณฑ์ จาก "เยื่อไม้ไผ่" ดีมากๆ เลย แต่ราคาก็ค่อนข้างสูงค่ะ เทียบกับคุณภาพที่สาธิต ผ้าพันคอ ที่สามารถปรับเป็นชุด เป็นเสื้อคลุมได้ถึง 30 แบบ ได้รับความสนใจมาก ราคาประมาณ 450 บาท

จากนั้นก็เดินทางต่อ ไกด์อธิบายว่า พื้นที่จากถนนไปจนถึงภูเขาที่เห็นนี้ เมื่อก่อนเป็นทะเล เวียดนามได้ทำการถมทะเล สร้างเมืองใหม่ขึ้นมา เป็นเมืองท่องเที่ยว และโรงแรมมากมาย

โรงแรมใหญ่ๆ เกิดขึ้นมากมาย

ถมทะเลได้เยอะมาก

โรงแรมใหญ่ๆ สวนน้ำ และมีกระเช้า จากฝั่งนี้ ไปยังเกาะที่มีชิงช้าสวรรค์ยักษ์บนเกาะ กระเช้าใหญ่มาก เทียบกับกระเช้าที่เราขึ้นไปยอดเขาฟานซิปัน ที่นั่งได้ประมาณ 20 คน
แต่กระเช้านี้ สามารถจุคนได้ถึง 200 คนค่ะ

แล้วก็มาถึงท่าเรือ ด้านหน้าเป็นอาคารสวยงาม

บัตรลงเรือ และทานอาหารกลางวัน

ภายในอาคาร สวยงาม

ร้านค้า ร้านกาแฟ ผู้คนมากมาย

เมือเดินออกจากอาคารก็จะเป็นท่าเรือ มองย้อนกลับไปมองอาคารสวยอีกครั้ง

ออกแบบที่ทิ้งขยะรีไซเคิล ขวดน้ำต่างๆ น่ารักนะคะ

สะพานเดินไปลงเรือ มองย้อนกลับไปยังอาคาร

เรือท่องเที่ยวเยอะมาก

ขึ้นเรือเรียบร้อย ในเรือก็จะเป็นโต๊ะ ทานอาหารเลย

อาหารพร้อมเสริฟ

เริ่มด้วยไวน์ เรียกน้ำย่อยกัน

อาหารทะเล จากทะเลเวียดนาม

ปลาหมึกสดมากค่ะ

กุ้งใส่ตะไคร้ด้วย

มาทะเล ต้องเสริฟอาหารทะเลเนอะ

อันนี้คิดว่าลูกชิ้นปลา แต่เป็นไข่นกกระทาค่ะ

แกงจืดผักปัง หอย หอมดี

อันนี้ ที่โหยหา เพราะมาเวียดนาม ไม่เจอเลย ที่สงสัยว่า อาหารทางเหนือเหมือนบ้านเรามาก หรือทัวร์กำหนดอาหารให้เหมือนไทย ยังสงสัยอยู่ แต่เราชอบอาหารจานนี้มาก
คิดว่ามาจะได้ทานบ่อยๆ

เมื่อทานอาหารเสร็จ และเรือออกจากท่าเรียบร้อย ถึงจะอนุญาตให้ออกมายืนกาบเรือ และขึ้นไปเก็บภาพบนชั้นสองได้ค่ะ

เป็นอ่าวที่รายล้อยไปด้วยเกาะน้อยใหญ่ เยอะมาก

เรือท่องเที่ยวเยอะค่ะ ต่างต้องโฉบมาตรงนี้ "เขาไก่" ที่มีเสน่ห์ตรงที่ว่า ไก่ 2 ตัวนี้ จะจุ๊บกันหรือไม่

เกาะอยู่ห่างกันประมาณนี้ แต่เมือเรือแล่นผ่าน จะมีเวลาเสี้ยว 5 วินาที ที่จะเห็นมุมจุ๊บกัน ต้องห้ามพลาด

แล้วก็ได้ มุม "จุ๊บ" กันของเกาะไก่ เรือผ่านอย่างไวจริง อย่างที่ไกด์บอก

"ฮาลองเบย์" หรือ "อ่าวฮาลอง" เป็นสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ตั้งอยู่ในพื้นที่ของอ่าวตังเกี๋ย ซึ่งอยู่ตอนเหนือของประเทศเวียดนาม มีพื้นที่ 1,500 ตารางกิโลเมตร อยู่ห่างจากเมืองฮานอยไปทางตะวันออก 170 กิโลเมตร

ล่องเรือชมอ่าว เกาะน้อยใหญ่แล้ว จะต้องแวะที่ "ถ้ำสวรรค์" หรือ "ถ้ำเด่าโก๋ (Dao Go)" เป็นถ้ำที่มีหินงอก หินย้อยตระการตา โดยในถ้าจะมีห้องโถงใหญ่ อยู่ 3 ห้อง ภายในถ้ำอากาศเย็นสบาย แต่เราใส่หน้ากากอนามัย ป้องกันโควิดอยู่ เดินขึ้น เดินลง แทบขาดใจเหมือนกัน ทั้งเหนื่อย ทั้งออกซิเจนน้อย เอ.. หรือเราไม่ฟิตเอง แหะ แหะ

อยากจะบอกว่า ไม่ไปถ้ำได้หรือเปล่า ขอรอในเรือ ปรากฎว่า ไม่ได้ค่ะ เรือจะส่งเราทางนี้ แล้วอ้อมไปรอรับเราอีกฝั่งของเกาะ ซึ่งเราจะต้องเดินทะลุถ้ำไป

หินงอก หินย้อยภายในถ้ำ

นักท่องเที่ยว ค่อนข้างเยอะ หยุดนานไม่ได้ ต้องเดินตามกันไป เลยไม่ได้หยุดเก็บภาพ

เก็บภาพได้แต่มุมบนของถ้ำ ชมหินย้อนตระการตา เพราะจะเก็บห้องโถงของถ้ำ ไม่ได้ คนเยอะมาก

เดินทะลุถ้ำออกมาก็จะมีร้านค้า ขายน้ำ ขายของที่ระลึก


แล้วก็เดินลงเขามาอีกฝั่ง เพื่อไปลงเรือกลับ

เรือจะมาจอดรออีกฝั่ง หลายลำ พึ่งเปิดประเทศ นักท่องเที่ยวก็เยอะแล้ว


ล่องเรือกลับฝั่ง เกาะที่มีชิงช้าสวรรค์ยักษ์ มีกระเช้ามาจากอีกฝั่ง มองเห็นกระเช้าลิบๆ แต่เป็นกระเช้าใหญ่มาก ที่จุได้ถึง 200 คนที่ไกด์บอก

บนเกาะก็มีโรงแรมเยอะเหมือนกันนะ

สวยจัง อยากขึ้นไปชมวิวบนนั้น

แล้วก็เดินทางกลับฮานอยค่ะ ถนนเลียบทะเล สวย

มีสมาคม วอลเล่ย์บอลชายหาดด้วย

เห็นแนวเขา เกาะต่างๆ ของฮาลองเบย์ อย่างเยอะ

เป็นท่าเรือเศรษฐกิจใหญ่ด้วย

ลาแล้วนะ "ฮาลองเบย์" เราเดินทางกลับฮานอย โดยจะแวะที่ "สุสานลุงโฮ" และ "ถนน 36 สาย" ก่อนกลับที่พัก

เรื่องและภาพโดย goodysite
www.goodysite.com
เรื่องราวในทริป "เวียดนามอีกครั้ง"
เวียดนามอีกครั้ง 1 ออกเดินทางสู่เมืองฮานอย
เวียดนามอีกครั้ง 2 ไปหมู่บ้านกั๊ตกั๊ต
เวียดนามอีกครั้ง 3 เมืองซาปา
เวียดนามอีกครั้ง 4 ยอดเขา ฟานซิปัน
เวียดนามอีกครั้ง 5 ฮาลองเบย์
เวียดนามอีกครั้ง 6 สุสานลุงโฮ และถนน 36 สาย
